ศัตรูทำลายไม้ยางพารา

Administrator

 ศัตรูทำลายไม้ยางพารา
ไม้ยางพาราเป็นไม้ที่มีปริมาณแป้งอยู่ในเนื้อไม้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ จากผลการวิเคราะห์ของกองวิจัยผลิตผลป่าไม้พบว่า ปริมาณแป้งที่มีอยู่ในไม้ยางพารานั้นมีอยู่สูงถึง 5.08% ในขณะที่ในไม้ชนิดอื่นๆ จะมีปริมาณแป้งโดยเฉลี่ยไม่เกิน 1% เท่านั้น การที่ไม้ยางพารามีแป้งอยู่ในเนื้อไม้มากเช่นนี้ นอกจากจะทำให้ไม้ยางพารามีสีขาวนวล ยังทำให้ไม้ยางพาราเป็นที่ชื่นชอบของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยใช้แป้งที่มีอยู่มากในไม้ยางพาราเป็นอาหาร โดยกัดกินหรือเจริญเติบโตอยู่บนไม้ยางพารา ทำให้เกิดความเสียหายในลักษณะต่างๆ กัน ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เข้าทำลายไม้ยางพารานี้มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ที่พบบ่อยและทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพาราได้อย่างรุนแรงมีอยู่ด้วยกัน 2 จำพวก คือ

  • ก. มอด คือ แมลงที่เข้าเจาะทำลาย เนื้อไม้ ทำให้เนื้อไม้เป็นรูพรุนอยู่ภายใน รูทางออกของตัวแก่แมลงจำพวกนี้ที่พบบนผิวไม้ ทำให้ความสวยงามของผิวไม้ภายนอกเสียไป มอดจำพวกสำคัญที่พบทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพาราทั้งก่อนการใช้ประโยชน์ และหลังจากที่นำมาประกอบเป็นเครื่องใช้ไม้สอยแล้ว ได้แก่ มอดขี้ขุย (Powder Post Beetles) ซึ่งจะเข้าทำลายไม้ได้รุนแรงมากจนเนื้อไม้ภายในถูกบ่อนทำลายเป็นผงคล้ายแป้งเป็นส่วนใหญ่ เหลือเฉพาะผิวไม้ด้านนอกเป็นผนังบางๆ มีรูทางออกกระจายทั่วไป มอดจำพวกนี้มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ที่พบกระจายทั่วไปทั้งประเทศโดยเฉพาะตามแหล่งที่มีการทำไม้ยางพารา มี 3 ชนิดด้วยกัน คือ
    1. Minthea Rugicollis Walkerเป็นมอดขนาดเล็ก ลำตัวยาว 1.8-3.2 มิลลิเมตร สีน้ำตาล ปีกหน้าเมื่อส่องดูด้วยกล้องขยายจะพบขนสีขาวอมเหลืองเรียงไปตามยาวของลำตัว 6 แถว ตัวแก่ของมอดชนิดนี้มีอายุ 21 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวหนอนในระยะเวลา 6-12 วัน ตัวหนอนกัดกินเนื้อไม้ประมาณ 2 เดือน จึงกลายเป็นดักแด้ ซึ่งจะออกเป็นตัวแก่ คือ ตัวมอด ในระยะเวลาประมาณ 7 วัน การเข้าทำลายไม้ของมอดชนิดนี้เริ่มจากตัวแก่หรือมอดตัวเมีย ซึ่งจะออกจากดักแด้ซึ่งอยู่ในเนื้อไม้ แล้วมาผสมพันธุ์กับมอดตัวผู้ แล้ววางไข่ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดแหลมเรียวเล็กๆ เข้าไปในช่องว่างระหว่างเซลล์หรือรอยแตกของเนื้อไม้ โดยตัวเมียตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ 30-80 ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน และกัดกินเนื้อไม้ โดยกินแห้งในเนื้อไม้เป็นอาหาร และขับถ่ายของเสียเป็นผงละเอียดคล้ายแป้งออกมา ในช่วงแรกของการทำลาย ผงคล้ายแป้งนี้จะอัดอยู่ในรูภายในเนื้อไม้ แต่ภายหลังเมื่อตัวหนอนเข้าดักแด้และกลายเป็นตัวแก่เจาะรูออกมาภายนอกเนื้อไม้ ผงเหล่านี้ก็จะหลุดล่วงตามรูทางออกของมอดมากองอยู่ภายนอก การทำลายเมื่อเกิดมากๆ เนื้อไม้ภายในจะถูกทำลายไปหมด เหลือแต่เพียงผิวนอกบางๆ ที่มีรูพรุนขนาดหัวเข็มหมุดอยู่ภายนอก ไม้ที่ถูกทำลายก็จะเสียกำลังความแข็งแรงไปไม่สามารถรับน้ำหนักหรือแรงกดต่างๆ ได้ มอดชนิดนี้มักพบเข้าทำลายไม้ที่มีความชื้นค่อนข้างต่ำ โดยพบเข้าทำลายไม้ที่มีความชื้น ตั้งแต่ 2-30% แต่ที่พบเข้าทำลายมากจะพบในไม้ที่มีความชื้น 12-15%

    2. Sinoxylon Anale Lesne จัดเป็นมอดขนาดกลางสีน้ำตาลดำ ลำตัวยาว 4.0-5.5 มิลลิเมตร แผ่นหลังขรุขระ ด้านบนเป็นหนามเล็กๆ เรียงกัน 4-5 อัน ปีกส่วนท้ายตัดเฉียงมีหนามข้างละ 1 อัน การเข้าทำลายไม้เริ่มด้วยมอดตัวเมียวางไข่บนรอยแตกหรือซอกไม้ แล้วตัวหนอน จะเจาะเข้าไปในไม้และทำลายไม้ในลักษณะเดียวกันกับมอดชนิดแรกที่กล่าวถึง แต่ช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตจากไข่ไปเป็นตัวแก่ยาวกว่า คือ ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4-6 เดือน และรูทางออกจะมีขนาดประมาณเท่าหัวไม้ขีด ซึ่งใหญ่กว่ารูทางออกของมอดชนิดแรก มอดชนิดนี้สามารถเข้าทำลายไม้สดได้ คือ จะพบตัวเมียวางไข่บนไม้ที่เพิ่งตัดได้และเมื่อตัวแก่ออกไปแล้ว จะสามารถกลับเข้าทำลายไม้ได้อีก ถ้าความชื้นในไม้ยังคงสูงกว่า 20%
       
    3. Heterobostrychus Aequalis Waterhouse จัดเป็นมอดขนาดใหญ่ มีสีน้ำตาลดำ มอดมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ตัวยาว 6-13 มิลลิเมตร ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะแตกต่างกัน คือ ปีกคู่หน้าของตัวผู้จะมีหนามข้างละ 1 อัน ตัวหนอนของมอดชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่ามอดชนิดสอง 2-3 เท่า และลักษณะการทำลายก็ใกล้เคียงกัน แต่รูทางออกจะมีขนาดใหญ่กว่า และมีระยะห่างจากกันมากกว่า ช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตของมอดทั้งสองชนิดนี้ก็ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 4-6 เดือน แต่มอดขนาดใหญ่นี้จะพบเข้าทำลายไม้สด น้อยกว่ามอดชนิดที่ 2 คือ มักจะเข้าทำลายไม้ที่มีเดือน แต่มอดขนาดใหญ่นี้จะพบเข้าทำลายไม้สดน้อยกว่ามอดชนิดที่ 2 คือ มักจะเข้าทำลายไม้ที่มีความชื้นต่ำกว่า 50% ลงมาถึง 20%


นอกจากมอดขี้ขุยที่กล่าวถึงทั้ง 3 ชนิดแล้ว ยังมีมอดอีกจำพวกหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าอาจจะระบาดทำลายไม้ยางพาราได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ (Ambrosia Beetles) มอดชนิดที่กล่าวถึงนี้ชอบระบาดในแถบที่มีฝนตกชุกและมีความชื้นสูง ปัจจุบันพบว่าทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพาราในประเทศมาเลเซียอย่างมาก ลักษณะการเข้าทำลายของแมลงจำพวกนี้ คือ เจาะทำลายเนื้อไม้ภายในและในขณะเดียวกันบริเวณรูทำลายจะมีเชื้อราสีเทาดำเข้าทำลายด้วย ทำให้บริเวณความเสียหายรุนแรงขึ้น แมลงพวกนี้พบทำลายไม้ชนิดอื่นๆ ในประเทศไทยยังไม่พบเข้าทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพารา แต่ก็จัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่ควรจะได้หาทางป้องกันการทำลายเสียแต่ต้นมือ เนื่องจากเข้าทำลายแล้วจะทำความเสียหายให้เกิดได้อย่างรุนแรงมาก

อ้างอิงจาก http://www.buranapagroup.com/knowledge_rubbertree.php