จำหน่ายก้อนเชื้อเห็ด,หัวเชื้อเห็ด,แม่เชื้อวุ้น ศัตรูทำลายไม้ยางพารา | ทั่วไป
Get Adobe Flash player

เรื่องเกี่ยวกับเห็ดทั้งหมด

แชร์บน facebook ของคุณ

แชร์ on facebook

เรื่องมาใหม่

บทความเรื่องเห็ด

การกำจัดราเขียว,ไร ด้วยจุลินทรีย์ BS. และจุลินทรีย์ BT.

การกำจัดราเขียว,ไร ด้วยจุลินทรีย์ BS. และจุลินทรีย์ BT.



จุลินทรีย์ BS. เป็น แบคทีเรียสกุล บาซิลัส สายพันธุ์คัดเลือกแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดเชื้อรา โรคพืชต่างๆ เช่น โรคราเขียว โรคราส้ม อีกทั้งยังมีผลกระตุ้นและเพิ่มผลผลิตหากนำไปใช้การเพาะเห็ด
วิธีทำ : นำมะพร้าวอ่อน 1 ผล มาเฉาะเปิดฝา ใส่เชื้อจุลินรีย์ BS. 1 ช้อนชา ลงไปในผลมะพร้าวอ่อน คนให้เข้ากัน ปิดฝาหมักไว้ในที่ร่มประมาณ 24 - 48 ชม.
วิธีใช้ : นำน้ำมะพร้าวที่หมักกับจุลินทรีย์ BS. 10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก้อนเชื้อให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นติดต่อกัน 3 วันหลังจากแขวนก้อนเชื้อ


จุลินทรีย์
BT. เป็น ผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในกลุ่มแบคทีเรีย ที่ได้รับคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด โดยเฉพาะไรไข่ปลา ซึ่งเป็นปัญหาในธุรกิจการเพาะเห็ดเพื่อการค้าปัจจุบัน
วิธีทำ : นำมะพร้าวอ่อน 1 ผล มาเฉาะเปิดฝา ใส่เชื้อจุลินรีย์ BT. 1 ช้อนชา ลงไปในผลมะพร้าวอ่อนคนให้เข้ากัน ปิดฝาหมักไว้ในที่ร่มประมาณ 24 - 48 ชม.
วิธีใช้ : นำน้ำมะพร้าวที่หมักกับจุลินทรีย์ BT. 10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก้อนเชื้อให้เปียกชุ่มโชกและบริเวณภายในโรงเรือน ช่วงตอนเย็นติดต่อกัน 3 วันหลังจากแขวนก้อนเชื้อ และฉีดทุก ๆ 5 -7
วัน/ครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

 

 

การกระตุ้นเห็ดภูฐานด้วยฮอร์โมน

การกระตุ้นเห็ดภูฐานด้วยฮอร์โมน

การทำฮอร์โมนเร่งดอก

- ใช้นมสด (ตราเหยี่ยว) อัตรา 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำ ครึ่งลิตร ( 500 ซี.ซี)

ผสมนมสดและน้ำตาลทรายกวนให้เข้ากัน เติมน้ำครึ่งลิตร ใส่กระบอกน้ำฉีดพ่นที่ปากถุงเห็ด ฉีด 20 วันครั้ง หรือดูว่าผลผลิตเริ่มลดลง เช่น ดอกเล็ก ดอกผอม ใช้สลับร่วมกับการใช้น้ำหมักชีวภาพ ร่วมด้วยจะทำให้ตีนเห็ดโต ดอกโตและอวบขึ้น ยืดอายุการเก็บเห็ดเพิ่ม


การทำน้ำหมักชีวภาพ


- น้ำ 100 ลิตร

- อีเอ็ม 1 ลิตร

- กากน้ำตาล 2 ลิตรครึ่ง

นำทั้ง 3 ส่วนผลมเข้าด้วยกัน หมักนาน 15 วัน กวนทุกวันปิดปากถังให้มิด หลังจากนั้นเติมน้ำลงไปทุกวัน วันละ 5 ลิตรจนครบ 200 ลิตร นำเศษเห็ดที่เหลือ เช่น ตีนเห็ด เศษเห็ด ไปหมักในถังน้ำหมักชีวภาพ

วิธีใช้

ใช้น้ำหมักชีวภาพ 10 ลิตร ผสมน้ำ 10 ลิตร ( หากเข้มข้นเกินให้ปรับลดน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพได้ตามความเหมาะสม ) ฉีด 2-3 วัน/ครั้ง ใส่กระบอกฉีดพ่นฝอยบริเวณปากถุง ไม่ควรฉีดใกล้ปากถุงเกินไป เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราชนิดอื่นตามมาได้

 

นางพวงรัตน์ คมกล้า นางสุภาพร สุวรรณกูล ผู้จัดทำข้อมูล

อ่านเพิ่มเติม...

 

 

เพิ่มการผลิตเห็ดภูฏาน ระยะอากาศหนาวเย็น

เพิ่มการผลิตเห็ด ภูฏาน ระยะอากาศหนาวเย็น
วันที่ : 28 ธันวาคม 2550
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางรม

ขณะ ที่อากาศค่อนข้างร้อนการผลิตเห็ดขอนขาว และเห็ดกระด้างจะได้ผลดีกว่าเห็ดภูฏานซึ่งมีถิ่นกำเนิดในที่หนาวเย็นกว่า ประเทศไทย ส่วนฤดูร้อนและฤดูฝน การผลิตเห็ดนางรมขาวหรือนางรมฮังการีจะดีกว่าเห็ดภูฏานที่บางครั้งแทบไม่ เกิดดอกเห็ดเลย ดังนั้นการวางแผนการผลิตโดยทำตารางกำหนดงาน หรือปฏิทินการผลิตเห็ดแต่ละชนิดให้สอดคล้องกับฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ น้อยไปกว่าผลิตเห็ดอะไรขายให้ใคร
เห็ดภูฏานมีชื่อเต็มๆ ว่าเห็ดนางฟ้าภูฏาน มี 2 สายพันธุ์คือดำกับขาว(หรือครีม) เพาะโดยใช้ขี้เลื่อยแบบเดียวกับการเพาะเห็ดถุงทั่วไป เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดยานากิ เห็ดกระด้าง เห็ดขอน เห็ดหอม ฯลฯ เกิดดอกเห็ดได้ดีในเดือนพฤศจิกายน? ธันวาคม มกราคม ถ้าปีใดหนาวเร็วก็นับเดือนตุลาคมด้วย และปีใดหมดหนาวช้าก็อาจนับเดือนกุมภาพันธ์ด้วย ภาคเหนือและอีสานอากาศเย็นกว่าจึงผลิตเห็ดได้มากกว่า แต่กรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่กว่า รับสินค้าได้มากกว่า เมื่อเข้าเดือนตุลาคม การผลิตถุงเชื้อเห็ดก็ควรลดเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฏานขาว ให้น้อยลงแล้วเพิ่มการผลิตเห็ดนางฟ้าภูฏานดำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความหนาวในภาคกลางไว้ใจไม่ได้ จึงไม่ควรทุ่มเทผลิตแต่นางฟ้าภูฏานดำทั้ง 100% บางปีมีร้อนสลับหลายวันที่เห็ดไม่เกิดดอก แต่ถ้าเราผลิตถุงเชื้อเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฏานขาวได้สัก 20-30% เห็ดจำนวนนี้จะเกิดดอกให้พอเก็บขายได้เงินบ้างแม้จะร้อนจนเห็ดนางฟ้าภูฏานดำ ไม่สร้างดอกเห็ดก็ตาม

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

ไรศัตรูเห็ดนางฟ้า :กำจัดด้วยจุลินทรีย์ที่ชัยนาท

ไรศัตรูเห็ดนางฟ้า :กำจัดด้วยจุลินทรีย์ที่ชัยนาท
วันที่ : 02 มกราคม 2551
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

คุณ ศรัญ พรหมอินทร์ อยู่ที่ 100 หมู่ 3 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ทำอาชีพเพาะเห็ดนางฟ้า เมื่อเปิดปากถุงเพื่อให้เกิดดอกเห็ด พบว่าไรเห็ดลงกินเส้นใยเห็ดในถุงจนเห็นสีของขี้เลื่อยสีน้ำตาลแดงมากกว่าสี ขาวของเส้นใยเห็ด ชาวบ้านที่เพาะเห็ดมักเรียกว่าไรแดง ซึ่งเป็นชื่อที่ผิด แต่นักปลูกเห็ดจะเข้าใจดี ตัวไรยังตามเกาะกินที่ดอกเห็ด ทำให้ดอกเห็ดหงิกงอ ขนาดเล็กกว่าปรกติ ผลผลิตรวมลดลงมาก จึงปรึกษาไปที่ชมรมเห็ดขอนแก่น? เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาโดยไม่ใช้สารพิษจำพวกยาเคมี
จากนั้นจึงหมักขยาย เชื้อจุลินทรีย์กำจัดไร คือ บาซิลลัส ไมโตฟากัส (ชื่อใช้อย่างไม่เป็นทางการ) คือใช้เชื้อ 10 กรัม ใส่ในน้ำ 20 ลิตร เติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง เติมอากาศโดยใช้ปั๊มลมแบบที่ใช้ในการเลี้ยงปลาสวยงามในตู้ปลา เอาหัวทรายวางไว้กลางกะละมังให้มีฟองอากาศเกิดตลอดเวลานาน 36-48 ชม. ก่อนนำไปใช้ เติมน้ำเปล่าเพิ่มได้อีก 40 ลิตร นำไปฉีดพ่นทั้งดอกเห็ดเล็ก ฉีดพ่นเข้าปากถุง บนชั้นวางก้อนเชื้อ บนพื้นดิน ผนังโรงเรือน ทำ 4-7 วันครั้ง พบว่าสามารถควบคุมมิให้ไรระบาดได้ นักวิชาการอธิบายว่าเชื้อจุลินทรีย์ชนิดนี้สามารถผลิตน้ำย่อยชื่อ ไคตินเนส ทำให้ผนังลำตัวของไรอ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอ่อนของไรมีขนาดเล็กมักเดินเบียดเสียดไปมาช่วยแพร่ เชื้อออกไป ทำให้ไรลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนเชื้อไม่มีผลเสียต่อเห็ด เห็ดจึงกลับมาสร้างดอกได้ดีอีก
ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

เห็ดนางฟ้า : แมลงรบกวนดอกเห็ด

เห็ดนางฟ้า : แมลงรบกวนดอกเห็ด
วันที่ : 05 มกราคม 2551
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

ถาม ผมเริ่มเพาะเห็ดนางฟ้าเป็นครั้งแรก 2,000 ก้อน ซื้อก้อนเชื้อเขามา หลังจากเก็บดอกเห็ดรุ่นแรกไปแล้ว พอเริ่มเกิดดอกเห็ดรอบสองก็มีแมลงตัวเล็กๆ บินได้ตรงกลางตัวคอดหน่อย ถ้าเขามาเกาะดอกเห็ดตอนเช้า พอตอนเย็นดอกเห็ดก็จะเหี่ยว จะเป็นการดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกเห็ดใช่หรือไม่ แก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? แมลงอะไรบ้างที่ทำลายเห็ดได้รวดเร็ว รอบแรกดอกเห็ดไม่ถูกทำลายเลย แมลงนี้ขยายพันธุ์ที่ไหน (ผู้ปลูกเห็ดมือใหม่ วังทอง พิษณุโลก)
ตอบ แมลงนี้เป็นแมลงอะไรตอบทันทีคงไม่ได้ แต่แมลงที่ทำลายเห็ด หรือมากินเห็ดอาจขยายพันธุ์ในมูลสัตว์ ในฟาร์มที่เริ่มผลิตเห็ดแมลงจะไปขยายพันธุ์ที่เศษเห็ดซึ่งตัดแต่งออกมาก่อน ส่งเห็ดไปขาย ควรต้องเก็บเศษเห็ดมิชิดหรือขนไปไกลฟาร์มเพื่อเป็นการตัดวงจรแมลง ถ้าทิ้งที่เดียวกันทุกวันไม่ช้าก็เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์แมลงศัตรูเห็ด ส่วนใหญ่แมลงเหล่านี้วงจรชีวิตสั้น จึงขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้เร็ว เห็ดที่ถูกแมลงไปตอมอาจถูกวางไข่เกิดตัวหนอนกินในไส้ดอกเห็ด ไม่เหมาะต่อการขาย ก็เก็บทิ้งรวมกับเศษเห็ด ยิ่งเป็นการเพาะขยายพันธุ์แมลง ควรหมักขยายพันธุ์เชื้อบีที 1 ช้อนชาต่อน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล ครบ 24 ชั่วโมง ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดที่ดอกเห็ด ระยะแมลงมีมาก 3-4 วัน/ครั้ง พอแมลงน้อยก็ยืดเป็น 5-7 วันครั้งได้ เชื้อนี้ไม่อันตรายต่อคนแต่ฆ่าหนอนของแมลงได้ดี มีบริการเชื้อทางไปรษณีย์? ควรต้องทำควบคู่กันเพราะแมลงไม่ได้มาจากเศษเห็ดอย่างเดียว จากมูลโคกระบือในพื้นที่ใกล้เคียงก็ได้ จึงควรฉีดพ่นบีทีกำจัดหนอนด้วย แต่ต้องหมักบีทีเองก่อน 24 ชม.
ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

การทดลองเพาะเห็ดนางรม นางฟ้า โดยคลุมหน้าถุง

การทดลองเพาะเห็ดนางรม นางฟ้า โดยคลุมหน้าถุง
วันที่ : 02 มกราคม 2551
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

     การ เพาะเห็ดเมืองหนาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือแชมปิญอง จะเพาะโดยมีการใช้ดินผสมหรือพี้ท(ถ่านหินร่วน) คลุมผิวแปลงวัสดุเพาะเห็ดที่เส้นใยเห็ดเจริญเต็มที่แล้ว พร้อมต่อการที่จะทำให้เกิดดอกเห็ด การคลุมแปลงเห็ดแบบนี้เรียกว่า เคสซิ่ง และดินที่ใช้คลุมก็จะเรียกว่าเคสซิ่งซอยล์ (Casing Soil) ตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นใช้ดินร่วน ถ้าไม่ร่วนก็ทำให้ร่วนโดยใช้ยิบซั่ม ถ้าดินเป็นกรดมีค่าพีเอชต่ำเกินไปก็ให้เติมหินปูนบดแล้วปรับจนได้พีเอ ชประมาณ 7.0 หรือไม่เกิน 8.0 ซึ่งพอใช้งานมีการรดน้ำค่าพีเอชจะลดลงมาอีก 1 เหลือที่ 6.0-7.0 ซึ่งถือว่าดีพอ

     ในต่างประเทศได้พัฒนา ดินคลุมแปลงเห็ดมาเรื่อยๆ จนในที่สุดมักลงเอยที่ใช้พี้ท 10 ส่วน หินปูนบด 1 ส่วน ยิบซั่ม 1 ส่วน ในไทยนั้นการใช้ระบบเคสซิ่ง แต่เดิมทำกับแชมปิญอง ที่เพาะปลูกในฤดูหนาว โดยใช้ดินจากภูเขาไฟผุในภาคเหนือ ที่ใช้กับเห็ดถุงเคยใช้แต่กับเห็ดเป๋าฮื้อ การใช้ดินคลุมทำให้ต้องวางเห็ดถุงในแนวตั้ง แต่การเพาะเห็ดถุงในไทยนิยมวางถุงแนวนอนแบบใช้ชั้นวางถุงรูปตัวเอ (A) จึงใช้คลุมผิวไม่ได้ อาจารย์สมาน ชินเบญจพล ข้าราชการบำนาญ มช. เคยเพาะเห็ดนางรม แล้วเคสซิ่งหรือกลบดิน เห็ดออกรุ่นแรกเป็นช่อใหญ่ได้ 300-400 กรัม แล้วยังออกได้หลายรอบ <br />ในหนังสือการเพาะเห็ดเป็นอาหารเสริมและเป็นยาของสตาเม็ทส์ กล่าวถึงเห็ดที่ตอบสนองต่อการปลูกแบบคลุมดินคือเห็ดแชมปิญอง หลินจือ เห็ดถั่วเน่า(คอพรินัส) และเห็ดโคนญี่ปุ่น สวนเห็ดดอนปรูเคยทดลองแล้วถือว่าได้ผลดี ปัจจุบันทดลองเคสซิ่งกับเห็ดนางรม นางฟ้า โดยทำทั้งฉีดเชื้อพลายแก้ว 3 ครั้ง และเคสซิ่งร่วมด้วย นับว่าได้ผลผลิตสูงเป็น 2-3 เท่าของการเพาะแบบโรงเรือนชั้นตัวเอ (วิเชียร ธาตุงาม 089-9410194) ในอนาคตจะทำการทดลองกับเห็ดโคนญี่ปุ่นซึ่งราคาสูงกว่า

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

ปัญหาที่พบบ่อยและการ แก้ไข (เห็ดนางฟ้าภูฏาน,นางรม,ฮังการี,เป๋าฮื้อ)

ปัญหาที่พบบ่อยและการ แก้ไข (เห็ดนางฟ้าภูฏาน,นางรม,ฮังการี,เป๋าฮื้อ)
วันที่ : 10 กันยายน 2552
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

      1.ปัญหาหน้าถุงเห็ดเหลืองและเน่า สาเหตุ น้ำเข้าถุงเห็ด การแก้ไข ใช้มีดกรีดเล็ก ๆ ใต้ขอบถุงเพื่อระบาย น้ำออกแล้วเอาเห็ดที่เน่าออกให้สะอาด 2.ปัญหา เห็ดดอกแรกเหี่ยวแห้งเหลือ สาเหตุ แคะหน้าถุงแล้วขี้เลื่อยแตกทำให้ เส้นใยประสานกันช้า ความชื้นในโรงเรือนน้อย การแก้ไข เก็บดอกที่เหี่ยวทิ้ง เพิ่มความชื้นในโรงเรือนโดยการรดน้ำ แก้ไขโรงเรือนอาจมีลมโกรกมากไป 3.ปัญหา ดอกเห็ดเน่าเปียกและเหลือง สาเหตุ ความชื้นในโรงเรือนมากเกินไป อากาศในโรงเรือนไม่ถ่ายเท การแก้ไขลดการให้น้ำภายในโรงเรือน ถ้าดอกเห็ดภายในโรงเรือนบาน เป็นส่วนใหญ่ควรรดน้ำน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ เพื่อป้องกันน้ำขังบน ดอกและทำให้เน่าเหลืองได้ ปรับทิศทางระบายอากาศภาย ในโรงเรือนเพื่อให้มีการถ่ายเทที่ดีขึ้น ในเวลากลางคืนให้เปิดประตูโรงเรือน เพื่อไล่ความชื้นและอากาศเก่าออก

     4.ปัญหา ภายในโรงเรือนอบอ้าว สาเหตุทิศทางระบายอากาศไม่ดี การแก้ไข เปิดหรือปรับช่องระบายอากาศของโรงเรือน ปัญหาแมลงสาบบุก ผู้เพาะเห็ดมือใหม่ อาจพบปัญหา แมลงสาบมาแทะกินดอกเห็ด อาจมีเพียงเล็กน้อย ดอกเห็ดแหว่ง ไม่สวย ขายไม่ได้ราคา แต่บางรายปลูกเรือนเพาะเห็ดใกล้ท่อระบายน้ำ เวลาเห็ดออกดอกอาจมีแมลงสาบเข้ามาเป็นฝูง อาจกัดกินเห็ดจนโกร๋นเหลือแต่ก้านดอก การป้องกันกำจัดแมลงสาบทำได้หลายวิธีร่วมกัน ควรทำตั้งแต่เริ่มมีปัญหาเพียงเล็กน้อย อย่ารอให้ปัญหาใหญ่ หรือแมลงสาบขยายพันธุ์จนมีมาก เมื่อพบร่องรอยการกัดแทะดอกเห็ดให้สำรวจ ว่าแมลงสาบหลบซ่อนที่ใด เข้ามาสู่บริเวณที่ดอกเห็ดอย่างไร หากไต่ขึ้นทางต้นเสาอาจใช้กาวสองหน้าติดรอบเสา ซึ่งจะทำลายหนวดและขาของแมลงสาบได้จำนวนหนึ่ง ถ้าแมลงสาบเข้ามาโดยการบิน ให้เลือกจุดที่เหมาะสมให้แมลงเข้าเรือนเพาะเห็ดเห็นได้ง่าย จุดนี้ติดตั้งหลอดแบล็คไลท์ เปิดไฟเวลากลางคืนใช้กะละมังใส่น้ำใส่สารลดแรงตึงผิวของน้ำ เช่น ALS 29 หรือผงซักฟอก เพื่อให้แมลงมาเล่นไฟแล้วตกน้ำ จมน้ำตายได้ง่ายขึ้น หากสามารถหากรงดักแมลงสาบมา ใช้ได้ก็ควรนำมาใช้ด้วย เส้นทางออกจากที่ซ่อนจะมาก้อนเห็ดนั้นควรมี ถาดเหยื่อพิษวางไว้ให้แมลงสาบกิน ก็ลดแมลงสาบได้อีกส่วนหนึ่ง แมลงสาบยังถูกล่อได้ด้วยกลิ่นที่ใช้ล่อแมลงอื่นๆ เช่น กลิ่นล่อแมลงวันผลไม้ เป็นต้น แม้ขวดน้ำอัดลม ขวดเหล้าเบียร์ มีเศษ เหลือตกค้าง จับวางทางตั้งเติมน้ำ 1 ใน 3 ของขวดตั้งไว้ แมลงสาบจะเข้าไปสำรวจจมน้ำในขวดขึ้นมาไม่ได้ สัตว์ที่กินแมลงสาบได้ดีในธรรมชาติ คือ ต๊กโต (ตุ๊กแก) ซึ่งจะตามกลิ่นสาบไปและจับแมลงสาบกิน ผู้เพาะเห็ดจึงไม่ควรรังเกียจเสียงร้องและ รูปร่างของสัตว์ที่กินแมลงสาบและแมลงอื่น การมีต๊กโตจะช่วยลดจิ้งจกให้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง และลดหนูขนาดเล็กๆ ลงไปด้วย

ที่มา : อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ, ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

กระตุ้นเห็ดนางฟ้า นางรมให้ออกดอกพร้อมกัน โดยการงดน้ำ

กระตุ้นเห็ดนางฟ้า นางรมให้ออกดอกพร้อมกัน โดยการงดน้ำ
วันที่ : 19 ตุลาคม 2552
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

     เรื่อง ของการเพาะเห็ดนั้น กล่าวได้ว่าขึ้นอยู่กับอัธยาศรัยของผู้เพาะโดยแท้ นอกจากเกษตรกรจะสามารถเลือกชนิดเห็ดที่ชอบ ระยะเวลา ปริมาณที่เพาะได้ตามความสมัครใจ และความพร้อมได้แล้ว เกษตรกรบางรายยังเลือกที่จะบังคับให้เห็ดทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน เพื่อให้ได้เงินทุกวันและไม่ให้ล้นตลาด ในขณะที่เกษตรกรอีกคนอาจเลือกที่จะบังคับให้เห็ดออกดอกเป็นชุดๆ พร้อมๆกัน เพื่อให้เก็บได้คราวละมากๆ จะได้ไม่เสียเวลา และใช้วิธีหมุนเวียน(กรณีมีก้อนเห็ดมาก) ส่วนวิธีการบังคับดอกนั้น เฉพาะเห็ดนางฟ้า- นางรม ทำได้หลายวธีทั้งใช้ปุ๋ย ฮอร์โมน แต่ขอเล่าให้ฟังเฉพาะวิธีงดน้ำ

     1.วิธีการนี้ใช้ได้กับ เห็ด ตระกูลนางฟ้า-นางรมเท่านั้น 2.ใช้วิธีการนี้หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้ว(ซึ่งเห็ดรุ่นแรกมักจะออกดอก พร้อมกันอยู่แล้ว) 3.หากอยากให้เห็ดทะยอยออกดอกทุกวัน ก็ใช้วิธีรดนำให้ความชื้นสมำเสมอทุกวัน ก้อนเห็ดจะรัดตัว และเมื่อพร้อมก็จะทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง 4.หากอยากให้ออกดอกเป็นชุด หลังจากเก็บดอกเห็ดชุดแรกเสร็จ ให้ทำความสะอาดหน้าเห็ด หากพบรากเห็ด หรือโคนเห็ดถูกดึงออกไม่หมดติดค้างอยู่ที่คอขวด ให้ใช้ช้อนแคะออกให้หมด จากนั้นงดให้นำเห็ดนางรม-นางฟ้า เป็นเวลา 4-7 วัน หากในระยะ 4-5 วันแรกมีเห็ดแทงดอกให้แคะทิ้ง หรือปล่อยให้ดอกเห็ดแห้ง ห้ามใจอ่อนรดน้ำเด็ดขาด เมื่อถึงวันที่ 6-7 หรือหากเป็นพันธุ์หนัก วันที่ 9-10 จะเกิดตุ่มดอกเห็ดชุดใหม่ทะยอยเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ให้เริ่มรดนำให้ความชื้น และอาจกระตุ้นให้ความสดชื่นโดยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังที่มีขายทั่วไป อัตรา 1 ขวด ผสมนำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หลังให้นำครั้งแรก เห็ดจะออกดอกใด้สมำเสมอยิ่งขึ้น (ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีนะครับ เห็ดจะออกดอกครั้งเดียวแล้วหายไปเลยเพราะเสียกำลัง) เท่านี้เห็ดนางฟ้า-นางรมของท่านก็จะออกดอกพร้อมกันเป็นชุดๆแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

 

 

เห็ดที่ต้องการเพาะ

เห็ดที่ต้องการเพาะ
 

ศัตรูทำลายไม้ยางพารา

Administrator

 ศัตรูทำลายไม้ยางพารา
ไม้ยางพาราเป็นไม้ที่มีปริมาณแป้งอยู่ในเนื้อไม้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ จากผลการวิเคราะห์ของกองวิจัยผลิตผลป่าไม้พบว่า ปริมาณแป้งที่มีอยู่ในไม้ยางพารานั้นมีอยู่สูงถึง 5.08% ในขณะที่ในไม้ชนิดอื่นๆ จะมีปริมาณแป้งโดยเฉลี่ยไม่เกิน 1% เท่านั้น การที่ไม้ยางพารามีแป้งอยู่ในเนื้อไม้มากเช่นนี้ นอกจากจะทำให้ไม้ยางพารามีสีขาวนวล ยังทำให้ไม้ยางพาราเป็นที่ชื่นชอบของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยใช้แป้งที่มีอยู่มากในไม้ยางพาราเป็นอาหาร โดยกัดกินหรือเจริญเติบโตอยู่บนไม้ยางพารา ทำให้เกิดความเสียหายในลักษณะต่างๆ กัน ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่เข้าทำลายไม้ยางพารานี้มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ที่พบบ่อยและทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพาราได้อย่างรุนแรงมีอยู่ด้วยกัน 2 จำพวก คือ

  • ก. มอด คือ แมลงที่เข้าเจาะทำลาย เนื้อไม้ ทำให้เนื้อไม้เป็นรูพรุนอยู่ภายใน รูทางออกของตัวแก่แมลงจำพวกนี้ที่พบบนผิวไม้ ทำให้ความสวยงามของผิวไม้ภายนอกเสียไป มอดจำพวกสำคัญที่พบทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพาราทั้งก่อนการใช้ประโยชน์ และหลังจากที่นำมาประกอบเป็นเครื่องใช้ไม้สอยแล้ว ได้แก่ มอดขี้ขุย (Powder Post Beetles) ซึ่งจะเข้าทำลายไม้ได้รุนแรงมากจนเนื้อไม้ภายในถูกบ่อนทำลายเป็นผงคล้ายแป้งเป็นส่วนใหญ่ เหลือเฉพาะผิวไม้ด้านนอกเป็นผนังบางๆ มีรูทางออกกระจายทั่วไป มอดจำพวกนี้มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ที่พบกระจายทั่วไปทั้งประเทศโดยเฉพาะตามแหล่งที่มีการทำไม้ยางพารา มี 3 ชนิดด้วยกัน คือ
    1. Minthea Rugicollis Walkerเป็นมอดขนาดเล็ก ลำตัวยาว 1.8-3.2 มิลลิเมตร สีน้ำตาล ปีกหน้าเมื่อส่องดูด้วยกล้องขยายจะพบขนสีขาวอมเหลืองเรียงไปตามยาวของลำตัว 6 แถว ตัวแก่ของมอดชนิดนี้มีอายุ 21 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวหนอนในระยะเวลา 6-12 วัน ตัวหนอนกัดกินเนื้อไม้ประมาณ 2 เดือน จึงกลายเป็นดักแด้ ซึ่งจะออกเป็นตัวแก่ คือ ตัวมอด ในระยะเวลาประมาณ 7 วัน การเข้าทำลายไม้ของมอดชนิดนี้เริ่มจากตัวแก่หรือมอดตัวเมีย ซึ่งจะออกจากดักแด้ซึ่งอยู่ในเนื้อไม้ แล้วมาผสมพันธุ์กับมอดตัวผู้ แล้ววางไข่ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดแหลมเรียวเล็กๆ เข้าไปในช่องว่างระหว่างเซลล์หรือรอยแตกของเนื้อไม้ โดยตัวเมียตัวหนึ่งสามารถวางไข่ได้ 30-80 ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน และกัดกินเนื้อไม้ โดยกินแห้งในเนื้อไม้เป็นอาหาร และขับถ่ายของเสียเป็นผงละเอียดคล้ายแป้งออกมา ในช่วงแรกของการทำลาย ผงคล้ายแป้งนี้จะอัดอยู่ในรูภายในเนื้อไม้ แต่ภายหลังเมื่อตัวหนอนเข้าดักแด้และกลายเป็นตัวแก่เจาะรูออกมาภายนอกเนื้อไม้ ผงเหล่านี้ก็จะหลุดล่วงตามรูทางออกของมอดมากองอยู่ภายนอก การทำลายเมื่อเกิดมากๆ เนื้อไม้ภายในจะถูกทำลายไปหมด เหลือแต่เพียงผิวนอกบางๆ ที่มีรูพรุนขนาดหัวเข็มหมุดอยู่ภายนอก ไม้ที่ถูกทำลายก็จะเสียกำลังความแข็งแรงไปไม่สามารถรับน้ำหนักหรือแรงกดต่างๆ ได้ มอดชนิดนี้มักพบเข้าทำลายไม้ที่มีความชื้นค่อนข้างต่ำ โดยพบเข้าทำลายไม้ที่มีความชื้น ตั้งแต่ 2-30% แต่ที่พบเข้าทำลายมากจะพบในไม้ที่มีความชื้น 12-15%

    2. Sinoxylon Anale Lesne จัดเป็นมอดขนาดกลางสีน้ำตาลดำ ลำตัวยาว 4.0-5.5 มิลลิเมตร แผ่นหลังขรุขระ ด้านบนเป็นหนามเล็กๆ เรียงกัน 4-5 อัน ปีกส่วนท้ายตัดเฉียงมีหนามข้างละ 1 อัน การเข้าทำลายไม้เริ่มด้วยมอดตัวเมียวางไข่บนรอยแตกหรือซอกไม้ แล้วตัวหนอน จะเจาะเข้าไปในไม้และทำลายไม้ในลักษณะเดียวกันกับมอดชนิดแรกที่กล่าวถึง แต่ช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตจากไข่ไปเป็นตัวแก่ยาวกว่า คือ ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4-6 เดือน และรูทางออกจะมีขนาดประมาณเท่าหัวไม้ขีด ซึ่งใหญ่กว่ารูทางออกของมอดชนิดแรก มอดชนิดนี้สามารถเข้าทำลายไม้สดได้ คือ จะพบตัวเมียวางไข่บนไม้ที่เพิ่งตัดได้และเมื่อตัวแก่ออกไปแล้ว จะสามารถกลับเข้าทำลายไม้ได้อีก ถ้าความชื้นในไม้ยังคงสูงกว่า 20%
       
    3. Heterobostrychus Aequalis Waterhouse จัดเป็นมอดขนาดใหญ่ มีสีน้ำตาลดำ มอดมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ตัวยาว 6-13 มิลลิเมตร ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะแตกต่างกัน คือ ปีกคู่หน้าของตัวผู้จะมีหนามข้างละ 1 อัน ตัวหนอนของมอดชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่ามอดชนิดสอง 2-3 เท่า และลักษณะการทำลายก็ใกล้เคียงกัน แต่รูทางออกจะมีขนาดใหญ่กว่า และมีระยะห่างจากกันมากกว่า ช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโตของมอดทั้งสองชนิดนี้ก็ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 4-6 เดือน แต่มอดขนาดใหญ่นี้จะพบเข้าทำลายไม้สด น้อยกว่ามอดชนิดที่ 2 คือ มักจะเข้าทำลายไม้ที่มีเดือน แต่มอดขนาดใหญ่นี้จะพบเข้าทำลายไม้สดน้อยกว่ามอดชนิดที่ 2 คือ มักจะเข้าทำลายไม้ที่มีความชื้นต่ำกว่า 50% ลงมาถึง 20%


นอกจากมอดขี้ขุยที่กล่าวถึงทั้ง 3 ชนิดแล้ว ยังมีมอดอีกจำพวกหนึ่งที่มีแนวโน้มว่าอาจจะระบาดทำลายไม้ยางพาราได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ (Ambrosia Beetles) มอดชนิดที่กล่าวถึงนี้ชอบระบาดในแถบที่มีฝนตกชุกและมีความชื้นสูง ปัจจุบันพบว่าทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพาราในประเทศมาเลเซียอย่างมาก ลักษณะการเข้าทำลายของแมลงจำพวกนี้ คือ เจาะทำลายเนื้อไม้ภายในและในขณะเดียวกันบริเวณรูทำลายจะมีเชื้อราสีเทาดำเข้าทำลายด้วย ทำให้บริเวณความเสียหายรุนแรงขึ้น แมลงพวกนี้พบทำลายไม้ชนิดอื่นๆ ในประเทศไทยยังไม่พบเข้าทำความเสียหายให้เกิดกับไม้ยางพารา แต่ก็จัดเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่ควรจะได้หาทางป้องกันการทำลายเสียแต่ต้นมือ เนื่องจากเข้าทำลายแล้วจะทำความเสียหายให้เกิดได้อย่างรุนแรงมาก

อ้างอิงจาก http://www.buranapagroup.com/knowledge_rubbertree.php

ท่านกำลังอยู่ที่

Home เห็ด,งามวงศ์วาน,งามวงวาน,ปราณบุรี,ประจวบ,กรุงเทพ,นนทบุรี,เชื้อเห็ด,เห็ด หัวลิง,จุกขวด,สำลี,เชื้อวุ้น,บีที,บีเอส,BT,bt,BS,bs,กำจัดไร,กำจัด หนอน,แมลง,ขอน,ภูฐาน,นางรม,ยานางิ,โคนญี่ปุ่น,ตีนแรด,หอม,ก้อน เชื้อ,แครง,เป๋าฮื้อ,นางนวล เริ่มเพาะเห็ด เห็ด,งามวงศ์วาน,งามวงวาน,ปราณบุรี,ประจวบ,กรุงเทพ,นนทบุรี,เชื้อเห็ด,เห็ด หัวลิง,จุกขวด,สำลี,เชื้อวุ้น,บีที,บีเอส,BT,bt,BS,bs,กำจัดไร,กำจัด หนอน,แมลง,ขอน,ภูฐาน,นางรม,ยานางิ,โคนญี่ปุ่น,ตีนแรด,หอม,ก้อน เชื้อ,แครง,เป๋าฮื้อ,นางนวล ศัตรูทำลายไม้ยางพารา

คนที่กำลังออนไลน์

  • [Bot] [Bot]
  • [Google] [Google]
Now online:
  • 3 guests
  • 2 robots
Latest members:
  • jdamfdhoo1999
  • KennethCoexy
Total members: 5279