ก้อนเชื้อเห็ด, เห็ด, เห็ดหอม, ก้อนเชื้อ, ก้อนเห็ด, เห็ดภูฐาน, ภูฐาน, ขอน, ลม, ยานางิ, โคนญี่ปุ่น, นางรม, นางนวล, บด, กระด้าง, หอม, เห็ดหอม, เห็ดบด, เห็ดขอน, เห็ดตีนแรด, หูหนู, เห็ดตับเต่า, เห็ดต่งฝน, เห็ดโต่งฝน, เห็ดโคน, เพาะเห็ด, เชื้อ, เชื่อ, ก่อน, กอน, ฐาน, เต่า, เห็ดหอม ,เส้นใย, เป๋าฮื้อ, ก้าน, ดอก,เห็ดกระดุมหรือแชมปิญญอง, เห็ดกระถินพิมาน, เห็ดกระโดน เห็ดจิก เห็ดตีนตุ๊กแก, เห็ดขมิ้น, เห็ดข่า, เห็ดงูเห่า, เห็ดจาวมะพร้าว, เห็ดตระกูลนางรม, เห็ดตับเต่า, เห็ดตับเต่าดำ เห็ดห้า, เห็ดตีนแรดหรือเห็ดจั่น, เห็ดถั่งเช่า, เห็ดถั่วหรือเห็ดหมึก เห็ดขี้ม้า เห็ดโคนน้อย, เห็ดนมเสีย, เห็ดนางรมหัว, เห็ดน้ำนม, เห็ดฟาง, เห็ดมะขาม, เห็ดยานาหงิ, เห็ดระโงก, เห็ดร่างแห เห็ดระย้า, เห็ดหญ้าคา เห็ดหญ้าแฝก เห็ดหญ้าหวาย, เห็ดหลินจือ, เห็ดหล่มหรือเห็ดไคล, เห็ดหอม, เห็ดหัวลิง, เห็ดหูหนูขาว, เห็ดเข็มเงินเข็มทอง, เห็ดเตย, เห็ดเผาะ เห็ดหนัง, เห็ดแครง, เห็ดแดง, เห็ดโคน เห็ดจอมปลวก, เห็ดไผ่, เห็ดไม้ รอบรู้เรื่องเห็ดพิษ | เกี่ยวกับเห็ด
Get Adobe Flash player

เรื่องเกี่ยวกับเห็ดทั้งหมด

แชร์บน facebook ของคุณ

แชร์ on facebook

เรื่องมาใหม่

บทความเรื่องเห็ด

การกำจัดราเขียว,ไร ด้วยจุลินทรีย์ BS. และจุลินทรีย์ BT.

การกำจัดราเขียว,ไร ด้วยจุลินทรีย์ BS. และจุลินทรีย์ BT.



จุลินทรีย์ BS. เป็น แบคทีเรียสกุล บาซิลัส สายพันธุ์คัดเลือกแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดเชื้อรา โรคพืชต่างๆ เช่น โรคราเขียว โรคราส้ม อีกทั้งยังมีผลกระตุ้นและเพิ่มผลผลิตหากนำไปใช้การเพาะเห็ด
วิธีทำ : นำมะพร้าวอ่อน 1 ผล มาเฉาะเปิดฝา ใส่เชื้อจุลินรีย์ BS. 1 ช้อนชา ลงไปในผลมะพร้าวอ่อน คนให้เข้ากัน ปิดฝาหมักไว้ในที่ร่มประมาณ 24 - 48 ชม.
วิธีใช้ : นำน้ำมะพร้าวที่หมักกับจุลินทรีย์ BS. 10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก้อนเชื้อให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นติดต่อกัน 3 วันหลังจากแขวนก้อนเชื้อ


จุลินทรีย์
BT. เป็น ผลิตภัณฑ์จากจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในกลุ่มแบคทีเรีย ที่ได้รับคัดเลือกว่ามีประสิทธิภาพสูง ในการป้องกันและกำจัดไรศัตรูเห็ด โดยเฉพาะไรไข่ปลา ซึ่งเป็นปัญหาในธุรกิจการเพาะเห็ดเพื่อการค้าปัจจุบัน
วิธีทำ : นำมะพร้าวอ่อน 1 ผล มาเฉาะเปิดฝา ใส่เชื้อจุลินรีย์ BT. 1 ช้อนชา ลงไปในผลมะพร้าวอ่อนคนให้เข้ากัน ปิดฝาหมักไว้ในที่ร่มประมาณ 24 - 48 ชม.
วิธีใช้ : นำน้ำมะพร้าวที่หมักกับจุลินทรีย์ BT. 10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก้อนเชื้อให้เปียกชุ่มโชกและบริเวณภายในโรงเรือน ช่วงตอนเย็นติดต่อกัน 3 วันหลังจากแขวนก้อนเชื้อ และฉีดทุก ๆ 5 -7
วัน/ครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

 

 

การกระตุ้นเห็ดภูฐานด้วยฮอร์โมน

การกระตุ้นเห็ดภูฐานด้วยฮอร์โมน

การทำฮอร์โมนเร่งดอก

- ใช้นมสด (ตราเหยี่ยว) อัตรา 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำ ครึ่งลิตร ( 500 ซี.ซี)

ผสมนมสดและน้ำตาลทรายกวนให้เข้ากัน เติมน้ำครึ่งลิตร ใส่กระบอกน้ำฉีดพ่นที่ปากถุงเห็ด ฉีด 20 วันครั้ง หรือดูว่าผลผลิตเริ่มลดลง เช่น ดอกเล็ก ดอกผอม ใช้สลับร่วมกับการใช้น้ำหมักชีวภาพ ร่วมด้วยจะทำให้ตีนเห็ดโต ดอกโตและอวบขึ้น ยืดอายุการเก็บเห็ดเพิ่ม


การทำน้ำหมักชีวภาพ


- น้ำ 100 ลิตร

- อีเอ็ม 1 ลิตร

- กากน้ำตาล 2 ลิตรครึ่ง

นำทั้ง 3 ส่วนผลมเข้าด้วยกัน หมักนาน 15 วัน กวนทุกวันปิดปากถังให้มิด หลังจากนั้นเติมน้ำลงไปทุกวัน วันละ 5 ลิตรจนครบ 200 ลิตร นำเศษเห็ดที่เหลือ เช่น ตีนเห็ด เศษเห็ด ไปหมักในถังน้ำหมักชีวภาพ

วิธีใช้

ใช้น้ำหมักชีวภาพ 10 ลิตร ผสมน้ำ 10 ลิตร ( หากเข้มข้นเกินให้ปรับลดน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพได้ตามความเหมาะสม ) ฉีด 2-3 วัน/ครั้ง ใส่กระบอกฉีดพ่นฝอยบริเวณปากถุง ไม่ควรฉีดใกล้ปากถุงเกินไป เพราะจะทำให้เกิดเชื้อราชนิดอื่นตามมาได้

 

นางพวงรัตน์ คมกล้า นางสุภาพร สุวรรณกูล ผู้จัดทำข้อมูล

อ่านเพิ่มเติม...

 

 

เพิ่มการผลิตเห็ดภูฏาน ระยะอากาศหนาวเย็น

เพิ่มการผลิตเห็ด ภูฏาน ระยะอากาศหนาวเย็น
วันที่ : 28 ธันวาคม 2550
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางรม

ขณะ ที่อากาศค่อนข้างร้อนการผลิตเห็ดขอนขาว และเห็ดกระด้างจะได้ผลดีกว่าเห็ดภูฏานซึ่งมีถิ่นกำเนิดในที่หนาวเย็นกว่า ประเทศไทย ส่วนฤดูร้อนและฤดูฝน การผลิตเห็ดนางรมขาวหรือนางรมฮังการีจะดีกว่าเห็ดภูฏานที่บางครั้งแทบไม่ เกิดดอกเห็ดเลย ดังนั้นการวางแผนการผลิตโดยทำตารางกำหนดงาน หรือปฏิทินการผลิตเห็ดแต่ละชนิดให้สอดคล้องกับฤดูกาลจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ น้อยไปกว่าผลิตเห็ดอะไรขายให้ใคร
เห็ดภูฏานมีชื่อเต็มๆ ว่าเห็ดนางฟ้าภูฏาน มี 2 สายพันธุ์คือดำกับขาว(หรือครีม) เพาะโดยใช้ขี้เลื่อยแบบเดียวกับการเพาะเห็ดถุงทั่วไป เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดยานากิ เห็ดกระด้าง เห็ดขอน เห็ดหอม ฯลฯ เกิดดอกเห็ดได้ดีในเดือนพฤศจิกายน? ธันวาคม มกราคม ถ้าปีใดหนาวเร็วก็นับเดือนตุลาคมด้วย และปีใดหมดหนาวช้าก็อาจนับเดือนกุมภาพันธ์ด้วย ภาคเหนือและอีสานอากาศเย็นกว่าจึงผลิตเห็ดได้มากกว่า แต่กรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่กว่า รับสินค้าได้มากกว่า เมื่อเข้าเดือนตุลาคม การผลิตถุงเชื้อเห็ดก็ควรลดเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดภูฏานขาว ให้น้อยลงแล้วเพิ่มการผลิตเห็ดนางฟ้าภูฏานดำเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามความหนาวในภาคกลางไว้ใจไม่ได้ จึงไม่ควรทุ่มเทผลิตแต่นางฟ้าภูฏานดำทั้ง 100% บางปีมีร้อนสลับหลายวันที่เห็ดไม่เกิดดอก แต่ถ้าเราผลิตถุงเชื้อเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฏานขาวได้สัก 20-30% เห็ดจำนวนนี้จะเกิดดอกให้พอเก็บขายได้เงินบ้างแม้จะร้อนจนเห็ดนางฟ้าภูฏานดำ ไม่สร้างดอกเห็ดก็ตาม

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

ไรศัตรูเห็ดนางฟ้า :กำจัดด้วยจุลินทรีย์ที่ชัยนาท

ไรศัตรูเห็ดนางฟ้า :กำจัดด้วยจุลินทรีย์ที่ชัยนาท
วันที่ : 02 มกราคม 2551
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

คุณ ศรัญ พรหมอินทร์ อยู่ที่ 100 หมู่ 3 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ทำอาชีพเพาะเห็ดนางฟ้า เมื่อเปิดปากถุงเพื่อให้เกิดดอกเห็ด พบว่าไรเห็ดลงกินเส้นใยเห็ดในถุงจนเห็นสีของขี้เลื่อยสีน้ำตาลแดงมากกว่าสี ขาวของเส้นใยเห็ด ชาวบ้านที่เพาะเห็ดมักเรียกว่าไรแดง ซึ่งเป็นชื่อที่ผิด แต่นักปลูกเห็ดจะเข้าใจดี ตัวไรยังตามเกาะกินที่ดอกเห็ด ทำให้ดอกเห็ดหงิกงอ ขนาดเล็กกว่าปรกติ ผลผลิตรวมลดลงมาก จึงปรึกษาไปที่ชมรมเห็ดขอนแก่น? เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาโดยไม่ใช้สารพิษจำพวกยาเคมี
จากนั้นจึงหมักขยาย เชื้อจุลินทรีย์กำจัดไร คือ บาซิลลัส ไมโตฟากัส (ชื่อใช้อย่างไม่เป็นทางการ) คือใช้เชื้อ 10 กรัม ใส่ในน้ำ 20 ลิตร เติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง เติมอากาศโดยใช้ปั๊มลมแบบที่ใช้ในการเลี้ยงปลาสวยงามในตู้ปลา เอาหัวทรายวางไว้กลางกะละมังให้มีฟองอากาศเกิดตลอดเวลานาน 36-48 ชม. ก่อนนำไปใช้ เติมน้ำเปล่าเพิ่มได้อีก 40 ลิตร นำไปฉีดพ่นทั้งดอกเห็ดเล็ก ฉีดพ่นเข้าปากถุง บนชั้นวางก้อนเชื้อ บนพื้นดิน ผนังโรงเรือน ทำ 4-7 วันครั้ง พบว่าสามารถควบคุมมิให้ไรระบาดได้ นักวิชาการอธิบายว่าเชื้อจุลินทรีย์ชนิดนี้สามารถผลิตน้ำย่อยชื่อ ไคตินเนส ทำให้ผนังลำตัวของไรอ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวอ่อนของไรมีขนาดเล็กมักเดินเบียดเสียดไปมาช่วยแพร่ เชื้อออกไป ทำให้ไรลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนเชื้อไม่มีผลเสียต่อเห็ด เห็ดจึงกลับมาสร้างดอกได้ดีอีก
ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

เห็ดนางฟ้า : แมลงรบกวนดอกเห็ด

เห็ดนางฟ้า : แมลงรบกวนดอกเห็ด
วันที่ : 05 มกราคม 2551
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

ถาม ผมเริ่มเพาะเห็ดนางฟ้าเป็นครั้งแรก 2,000 ก้อน ซื้อก้อนเชื้อเขามา หลังจากเก็บดอกเห็ดรุ่นแรกไปแล้ว พอเริ่มเกิดดอกเห็ดรอบสองก็มีแมลงตัวเล็กๆ บินได้ตรงกลางตัวคอดหน่อย ถ้าเขามาเกาะดอกเห็ดตอนเช้า พอตอนเย็นดอกเห็ดก็จะเหี่ยว จะเป็นการดูดกินน้ำเลี้ยงจากดอกเห็ดใช่หรือไม่ แก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? แมลงอะไรบ้างที่ทำลายเห็ดได้รวดเร็ว รอบแรกดอกเห็ดไม่ถูกทำลายเลย แมลงนี้ขยายพันธุ์ที่ไหน (ผู้ปลูกเห็ดมือใหม่ วังทอง พิษณุโลก)
ตอบ แมลงนี้เป็นแมลงอะไรตอบทันทีคงไม่ได้ แต่แมลงที่ทำลายเห็ด หรือมากินเห็ดอาจขยายพันธุ์ในมูลสัตว์ ในฟาร์มที่เริ่มผลิตเห็ดแมลงจะไปขยายพันธุ์ที่เศษเห็ดซึ่งตัดแต่งออกมาก่อน ส่งเห็ดไปขาย ควรต้องเก็บเศษเห็ดมิชิดหรือขนไปไกลฟาร์มเพื่อเป็นการตัดวงจรแมลง ถ้าทิ้งที่เดียวกันทุกวันไม่ช้าก็เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์แมลงศัตรูเห็ด ส่วนใหญ่แมลงเหล่านี้วงจรชีวิตสั้น จึงขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้เร็ว เห็ดที่ถูกแมลงไปตอมอาจถูกวางไข่เกิดตัวหนอนกินในไส้ดอกเห็ด ไม่เหมาะต่อการขาย ก็เก็บทิ้งรวมกับเศษเห็ด ยิ่งเป็นการเพาะขยายพันธุ์แมลง ควรหมักขยายพันธุ์เชื้อบีที 1 ช้อนชาต่อน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ผล ครบ 24 ชั่วโมง ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดที่ดอกเห็ด ระยะแมลงมีมาก 3-4 วัน/ครั้ง พอแมลงน้อยก็ยืดเป็น 5-7 วันครั้งได้ เชื้อนี้ไม่อันตรายต่อคนแต่ฆ่าหนอนของแมลงได้ดี มีบริการเชื้อทางไปรษณีย์? ควรต้องทำควบคู่กันเพราะแมลงไม่ได้มาจากเศษเห็ดอย่างเดียว จากมูลโคกระบือในพื้นที่ใกล้เคียงก็ได้ จึงควรฉีดพ่นบีทีกำจัดหนอนด้วย แต่ต้องหมักบีทีเองก่อน 24 ชม.
ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

การทดลองเพาะเห็ดนางรม นางฟ้า โดยคลุมหน้าถุง

การทดลองเพาะเห็ดนางรม นางฟ้า โดยคลุมหน้าถุง
วันที่ : 02 มกราคม 2551
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

     การ เพาะเห็ดเมืองหนาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือแชมปิญอง จะเพาะโดยมีการใช้ดินผสมหรือพี้ท(ถ่านหินร่วน) คลุมผิวแปลงวัสดุเพาะเห็ดที่เส้นใยเห็ดเจริญเต็มที่แล้ว พร้อมต่อการที่จะทำให้เกิดดอกเห็ด การคลุมแปลงเห็ดแบบนี้เรียกว่า เคสซิ่ง และดินที่ใช้คลุมก็จะเรียกว่าเคสซิ่งซอยล์ (Casing Soil) ตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นใช้ดินร่วน ถ้าไม่ร่วนก็ทำให้ร่วนโดยใช้ยิบซั่ม ถ้าดินเป็นกรดมีค่าพีเอชต่ำเกินไปก็ให้เติมหินปูนบดแล้วปรับจนได้พีเอ ชประมาณ 7.0 หรือไม่เกิน 8.0 ซึ่งพอใช้งานมีการรดน้ำค่าพีเอชจะลดลงมาอีก 1 เหลือที่ 6.0-7.0 ซึ่งถือว่าดีพอ

     ในต่างประเทศได้พัฒนา ดินคลุมแปลงเห็ดมาเรื่อยๆ จนในที่สุดมักลงเอยที่ใช้พี้ท 10 ส่วน หินปูนบด 1 ส่วน ยิบซั่ม 1 ส่วน ในไทยนั้นการใช้ระบบเคสซิ่ง แต่เดิมทำกับแชมปิญอง ที่เพาะปลูกในฤดูหนาว โดยใช้ดินจากภูเขาไฟผุในภาคเหนือ ที่ใช้กับเห็ดถุงเคยใช้แต่กับเห็ดเป๋าฮื้อ การใช้ดินคลุมทำให้ต้องวางเห็ดถุงในแนวตั้ง แต่การเพาะเห็ดถุงในไทยนิยมวางถุงแนวนอนแบบใช้ชั้นวางถุงรูปตัวเอ (A) จึงใช้คลุมผิวไม่ได้ อาจารย์สมาน ชินเบญจพล ข้าราชการบำนาญ มช. เคยเพาะเห็ดนางรม แล้วเคสซิ่งหรือกลบดิน เห็ดออกรุ่นแรกเป็นช่อใหญ่ได้ 300-400 กรัม แล้วยังออกได้หลายรอบ <br />ในหนังสือการเพาะเห็ดเป็นอาหารเสริมและเป็นยาของสตาเม็ทส์ กล่าวถึงเห็ดที่ตอบสนองต่อการปลูกแบบคลุมดินคือเห็ดแชมปิญอง หลินจือ เห็ดถั่วเน่า(คอพรินัส) และเห็ดโคนญี่ปุ่น สวนเห็ดดอนปรูเคยทดลองแล้วถือว่าได้ผลดี ปัจจุบันทดลองเคสซิ่งกับเห็ดนางรม นางฟ้า โดยทำทั้งฉีดเชื้อพลายแก้ว 3 ครั้ง และเคสซิ่งร่วมด้วย นับว่าได้ผลผลิตสูงเป็น 2-3 เท่าของการเพาะแบบโรงเรือนชั้นตัวเอ (วิเชียร ธาตุงาม 089-9410194) ในอนาคตจะทำการทดลองกับเห็ดโคนญี่ปุ่นซึ่งราคาสูงกว่า

ที่มา : ชมรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

ปัญหาที่พบบ่อยและการ แก้ไข (เห็ดนางฟ้าภูฏาน,นางรม,ฮังการี,เป๋าฮื้อ)

ปัญหาที่พบบ่อยและการ แก้ไข (เห็ดนางฟ้าภูฏาน,นางรม,ฮังการี,เป๋าฮื้อ)
วันที่ : 10 กันยายน 2552
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

      1.ปัญหาหน้าถุงเห็ดเหลืองและเน่า สาเหตุ น้ำเข้าถุงเห็ด การแก้ไข ใช้มีดกรีดเล็ก ๆ ใต้ขอบถุงเพื่อระบาย น้ำออกแล้วเอาเห็ดที่เน่าออกให้สะอาด 2.ปัญหา เห็ดดอกแรกเหี่ยวแห้งเหลือ สาเหตุ แคะหน้าถุงแล้วขี้เลื่อยแตกทำให้ เส้นใยประสานกันช้า ความชื้นในโรงเรือนน้อย การแก้ไข เก็บดอกที่เหี่ยวทิ้ง เพิ่มความชื้นในโรงเรือนโดยการรดน้ำ แก้ไขโรงเรือนอาจมีลมโกรกมากไป 3.ปัญหา ดอกเห็ดเน่าเปียกและเหลือง สาเหตุ ความชื้นในโรงเรือนมากเกินไป อากาศในโรงเรือนไม่ถ่ายเท การแก้ไขลดการให้น้ำภายในโรงเรือน ถ้าดอกเห็ดภายในโรงเรือนบาน เป็นส่วนใหญ่ควรรดน้ำน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ เพื่อป้องกันน้ำขังบน ดอกและทำให้เน่าเหลืองได้ ปรับทิศทางระบายอากาศภาย ในโรงเรือนเพื่อให้มีการถ่ายเทที่ดีขึ้น ในเวลากลางคืนให้เปิดประตูโรงเรือน เพื่อไล่ความชื้นและอากาศเก่าออก

     4.ปัญหา ภายในโรงเรือนอบอ้าว สาเหตุทิศทางระบายอากาศไม่ดี การแก้ไข เปิดหรือปรับช่องระบายอากาศของโรงเรือน ปัญหาแมลงสาบบุก ผู้เพาะเห็ดมือใหม่ อาจพบปัญหา แมลงสาบมาแทะกินดอกเห็ด อาจมีเพียงเล็กน้อย ดอกเห็ดแหว่ง ไม่สวย ขายไม่ได้ราคา แต่บางรายปลูกเรือนเพาะเห็ดใกล้ท่อระบายน้ำ เวลาเห็ดออกดอกอาจมีแมลงสาบเข้ามาเป็นฝูง อาจกัดกินเห็ดจนโกร๋นเหลือแต่ก้านดอก การป้องกันกำจัดแมลงสาบทำได้หลายวิธีร่วมกัน ควรทำตั้งแต่เริ่มมีปัญหาเพียงเล็กน้อย อย่ารอให้ปัญหาใหญ่ หรือแมลงสาบขยายพันธุ์จนมีมาก เมื่อพบร่องรอยการกัดแทะดอกเห็ดให้สำรวจ ว่าแมลงสาบหลบซ่อนที่ใด เข้ามาสู่บริเวณที่ดอกเห็ดอย่างไร หากไต่ขึ้นทางต้นเสาอาจใช้กาวสองหน้าติดรอบเสา ซึ่งจะทำลายหนวดและขาของแมลงสาบได้จำนวนหนึ่ง ถ้าแมลงสาบเข้ามาโดยการบิน ให้เลือกจุดที่เหมาะสมให้แมลงเข้าเรือนเพาะเห็ดเห็นได้ง่าย จุดนี้ติดตั้งหลอดแบล็คไลท์ เปิดไฟเวลากลางคืนใช้กะละมังใส่น้ำใส่สารลดแรงตึงผิวของน้ำ เช่น ALS 29 หรือผงซักฟอก เพื่อให้แมลงมาเล่นไฟแล้วตกน้ำ จมน้ำตายได้ง่ายขึ้น หากสามารถหากรงดักแมลงสาบมา ใช้ได้ก็ควรนำมาใช้ด้วย เส้นทางออกจากที่ซ่อนจะมาก้อนเห็ดนั้นควรมี ถาดเหยื่อพิษวางไว้ให้แมลงสาบกิน ก็ลดแมลงสาบได้อีกส่วนหนึ่ง แมลงสาบยังถูกล่อได้ด้วยกลิ่นที่ใช้ล่อแมลงอื่นๆ เช่น กลิ่นล่อแมลงวันผลไม้ เป็นต้น แม้ขวดน้ำอัดลม ขวดเหล้าเบียร์ มีเศษ เหลือตกค้าง จับวางทางตั้งเติมน้ำ 1 ใน 3 ของขวดตั้งไว้ แมลงสาบจะเข้าไปสำรวจจมน้ำในขวดขึ้นมาไม่ได้ สัตว์ที่กินแมลงสาบได้ดีในธรรมชาติ คือ ต๊กโต (ตุ๊กแก) ซึ่งจะตามกลิ่นสาบไปและจับแมลงสาบกิน ผู้เพาะเห็ดจึงไม่ควรรังเกียจเสียงร้องและ รูปร่างของสัตว์ที่กินแมลงสาบและแมลงอื่น การมีต๊กโตจะช่วยลดจิ้งจกให้น้อยลงด้วยส่วนหนึ่ง และลดหนูขนาดเล็กๆ ลงไปด้วย

ที่มา : อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ, ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ่านเพิ่มเติม...

 

 

กระตุ้นเห็ดนางฟ้า นางรมให้ออกดอกพร้อมกัน โดยการงดน้ำ

กระตุ้นเห็ดนางฟ้า นางรมให้ออกดอกพร้อมกัน โดยการงดน้ำ
วันที่ : 19 ตุลาคม 2552
หมวด เห็ด" กลุ่ม เห็ด นางฟ้า

     เรื่อง ของการเพาะเห็ดนั้น กล่าวได้ว่าขึ้นอยู่กับอัธยาศรัยของผู้เพาะโดยแท้ นอกจากเกษตรกรจะสามารถเลือกชนิดเห็ดที่ชอบ ระยะเวลา ปริมาณที่เพาะได้ตามความสมัครใจ และความพร้อมได้แล้ว เกษตรกรบางรายยังเลือกที่จะบังคับให้เห็ดทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน เพื่อให้ได้เงินทุกวันและไม่ให้ล้นตลาด ในขณะที่เกษตรกรอีกคนอาจเลือกที่จะบังคับให้เห็ดออกดอกเป็นชุดๆ พร้อมๆกัน เพื่อให้เก็บได้คราวละมากๆ จะได้ไม่เสียเวลา และใช้วิธีหมุนเวียน(กรณีมีก้อนเห็ดมาก) ส่วนวิธีการบังคับดอกนั้น เฉพาะเห็ดนางฟ้า- นางรม ทำได้หลายวธีทั้งใช้ปุ๋ย ฮอร์โมน แต่ขอเล่าให้ฟังเฉพาะวิธีงดน้ำ

     1.วิธีการนี้ใช้ได้กับ เห็ด ตระกูลนางฟ้า-นางรมเท่านั้น 2.ใช้วิธีการนี้หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้ว(ซึ่งเห็ดรุ่นแรกมักจะออกดอก พร้อมกันอยู่แล้ว) 3.หากอยากให้เห็ดทะยอยออกดอกทุกวัน ก็ใช้วิธีรดนำให้ความชื้นสมำเสมอทุกวัน ก้อนเห็ดจะรัดตัว และเมื่อพร้อมก็จะทะยอยออกดอกให้ได้เก็บทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง 4.หากอยากให้ออกดอกเป็นชุด หลังจากเก็บดอกเห็ดชุดแรกเสร็จ ให้ทำความสะอาดหน้าเห็ด หากพบรากเห็ด หรือโคนเห็ดถูกดึงออกไม่หมดติดค้างอยู่ที่คอขวด ให้ใช้ช้อนแคะออกให้หมด จากนั้นงดให้นำเห็ดนางรม-นางฟ้า เป็นเวลา 4-7 วัน หากในระยะ 4-5 วันแรกมีเห็ดแทงดอกให้แคะทิ้ง หรือปล่อยให้ดอกเห็ดแห้ง ห้ามใจอ่อนรดน้ำเด็ดขาด เมื่อถึงวันที่ 6-7 หรือหากเป็นพันธุ์หนัก วันที่ 9-10 จะเกิดตุ่มดอกเห็ดชุดใหม่ทะยอยเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ให้เริ่มรดนำให้ความชื้น และอาจกระตุ้นให้ความสดชื่นโดยการใช้เครื่องดื่มชูกำลังที่มีขายทั่วไป อัตรา 1 ขวด ผสมนำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หลังให้นำครั้งแรก เห็ดจะออกดอกใด้สมำเสมอยิ่งขึ้น (ห้ามใช้ปุ๋ยเคมีนะครับ เห็ดจะออกดอกครั้งเดียวแล้วหายไปเลยเพราะเสียกำลัง) เท่านี้เห็ดนางฟ้า-นางรมของท่านก็จะออกดอกพร้อมกันเป็นชุดๆแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

 

 

เห็ดที่ต้องการเพาะ

เห็ดที่ต้องการเพาะ
 

รอบรู้เรื่องเห็ดพิษ

Administrator

ถามตอบ รอบรู้เรื่องเห็ดพิษ

 

รศ.ดร.อรุณี  จันทรสนิท


1. เห็ดพิษพบมากในฤดูใดและบริเวณใด ?
ในประเทศไทยพบมากในฤดูฝน ในป่าเบญจพรรณ และป่าก่อ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับเห็ดขี้วัวและขี้ควาย พบทั่วไปตามทุ่งและกองมูล  มีมากทางภาคใต้ ส่วนเขต
อบอุ่น มีเห็ดพิษมากในฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง บริเวณป่าสน หรือ ป่าเบญจพรรณ

 

2. เห็ดพิษประเภทมีอันตรายร้ายแรงที่สำคัญในประเทศไทย มีอะไรบ้าง มีลักษณะอย่างไร ?
เห็ดพิษประเภทเป็นอันตรายถึงชีวิตในประเทศไทยพบได้ในเห็ด 2 กลุ่ม คือ
 1.) กลุ่มเห็ดระโงกหิน (สกุล Amanita) มีขนาดหมวกค่อนข้างใหญ่ มีสีขาวหรือสีอื่น สปอร์สีขาว มีวงแหวนหรือเยื่อที่ก้านดอกและมีกระเปาะที่โคนก้านซึ่งมักจะใหญ่กว่าส่วนบน
 2.) กลุ่มเห็ดขี้วัว (Copelandia cyaescens) และเห็ดขี้ควาย (Psilocybe cubensis) เห็ดอ่อนมีสีค่อนข้างขาว พอแก่มีสปอร์สีน้ำตาลดำไม่มีวงแหวนบนก้านดอก และไม่มีกระเปาะที่โคน แต่เมื่อก้านช้ำจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ปกติเห็ดพวกนี้ทำลายประสาท ทำให้เกิดอาการเพ้อฝัน แต่ถ้ากินมากก็เป็นอันตรายมาก เห็ดพิษที่มีสปอร์ดำอีกชนิดหนึ่งคือเห็ดน้ำหมึก (Corprinus atramentarius) ซึ่งจะเป็นพิษแรงเมื่อกินพร้อมกับดื่มสุรา

 

3. เห็ดพิษมักจะมีสีสันฉูดฉาดจริงหรือไม่ ?
 ไม่จริงเสมอไป เห็ดพิษร้ายแรงอาจมีสีขาว หรือสีสดใสก็ได้ เห็ดระโงกหิน (Amanita verna) และ A.virosa) มีหมวกสีขาว ส่วน A. muscaria มีสีแดง และมีกระบนหมวก นอกจากนี้ยังมีเห็ดพิษขนาดเล็กที่มีหมวกสีน้ำตาล

 

4. เห็ดระโงกสีขาวที่กินได้ กับเห็ดระโงกหินสีขาวที่เป็นพิษแตกต่างกันอย่างไร ?
 
ความแตกต่างมีดังนี้ชนิดที่กินได้(Amanita princeps) ชนิดที่เป็นพิษร้ายแรง(A. verna และ A. virosa)
ขนาดหมวก 6 - 20 ซม. มีริ้วตามขอบหมวกครีบสีขาวต่อมาเป็นสีนวล ก้านทรงกระบอกกลวงยาว 10 - 20 ซม. ผิวกระเปาะกางออก ขนาดหมวก 5 - 12 ซม. ไม่มีริ้วที่ขอบหมวกครีบสีขาว ก้านโป่งที่โคนยาว 5 - 12 ซม. ผิวกระเปาะแนบกับโคนก้านอย่างไรก็ดีเมื่อเห็ดระโงกยังอ่อน ทั้งชนิดที่กินได้หรือเป็นพิษมีลักษณะคล้ายกันคือ เป็นรูปไข่สีขาว จึงไม่ควรเก็บเห็ดระโงกที่ยังอ่อนมากิน

 

5. สารพิษในเห็ดที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อตับมีกลุ่มใดบ้าง รับประทานแล้วจะเกิดอาการอย่างไร ?
สารพิษร้ายแรงที่ทำลายตับและระบบอื่น ๆ ที่สำคัญ คือ
 1.) สารกลุ่ม Cyclopeptides พบในเห็ดระโงกหินสกุล Amanita เกิดอาการประมาณ 10 ชั่งโมง หลังจากกินเห็ด จะคลื่นเหียน อาเจียน ท้องร่วง เป็นตะคริว มีฤทธิ์ทำลายตับ ไต ระบบเลือด ระบบหายใจ และถึงตายใน 4 - 10 ชั่วโมง
 2.) สารกลุ่ม Methylhydrazine  พบในเห็ดสมองวัว (Gyromitra esculenta) เห็ดดิบหรือน้ำต้มเห็ดมีฤทธิ์ทำลายตับ และระบบประสาท มีอาการคล้ายเกิดจากสารพิษกลุ่มแรก

 

6. สารพิษที่ทำลายระบบประสาทของเห็ดพิษมีอะไรบ้าง เกิดอาการอย่างไร ?
สารพิษที่มีผลต่อระบบประสาทได้แก่
 1.) สารกลุ่ม Coprine มีในเห็ดหมึกหรือเห็ดหิ่งห้อย (Coprinus atramentarius) คนกินจะรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หน้าแดง หายใจเร็ว หัวใจเต้นแรง ปวดหัว คลื่นเหียนอาเจียน
 2.) สารกลุ่ม Muscarine มีในสกุลเห็ดระโงกบางชนิด และพบในสกุล Clitocybe และ Inocybe ทำให้เกิดอาการเพ้อคลั่ง เคลิบคลิ้ม เหงื่อออก ชีพจรเต้นช้า น้ำตาและน้ำลายไหล
 3.) สารกลุ่ม Ibotanic acid และ muscinol พบในเห็ดระโงกหลายชนิด อาการคล้ายกับกลุ่มที่ 2 มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง
 4.) สารกลุ่ม Psiloeybin พบในเห็ดสกุล Psilocybe ซึ่งชอบขึ้นกับมูลสัตว์ นอกจากอาการเพ้อคลั่งแล้ว ถ้ากินมากอาจถึงตาย โดยเฉพาะเด็ก

 

7. เห็ดพิษที่ทำให้เกิดอาการค่อนข้างเร็วแต่ไม่ถึงตาย อยู่ในกลุ่มใด ?
เห็ดพวกนี้เป็นกลุ่มที่พบบ่อยมักทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน หรือทั้งสองอย่าง (Gastro intestinal irritants) แสดงอาการภายใน 15 นาที - 4 ชม. หลังจากกินเห็ด แต่ไม่ถึงตาย มีเห็ดกว่า 80 ชนิดที่อยู่ในสกุลต่าง ๆ ที่เป็นพิษลักษณะนี้ เช่น Agaricus, Amanita, Boletus, Gomphus, Entoloma, Lactarius, Tricholoma และ chlorophyllum เป็นต้น

 

8. ความร้อน สามารถทำลายสารพิษได้หรือไม่ ?
ความร้อนหรือการต้มสามารถลดพิษจากเห็ดบางชนิดได้ แต่ไม่ควรกินน้ำที่ต้มเห็ดเหล่านั้น เห็ดที่ลดพิษลงจากการต้ม เช่น เห็ดแดงน้ำหมาก เห็ดแดงกุหลาบ ที่อยู่ในกลุ่ม Russula เป็นต้น แต่ความร้อนไม่สามารถขจัดสารพิษจากเห็ดระโงกหิน ซึ่งถึงแม้ต้มแล้วก็มีพิษถึงตาย ส่วนเห็ดหัวกรวด (Chlorophyllum molybdites)  แม้ต้มสุกก็ยังมีพิษ ถ้ากินมากมีอาการปางตายเช่นกัน

 

9. การเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามาปรุงอาหารควรมีการระมัดระวังอย่างไร ?
การเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามากิน ควรมีความคุ้นเคยรู้จักลักษณะเห็ดที่เคยกินเป็นอย่างดี มีความแน่ใจว่าไม่มีเห็ดพิษปนมาด้วย เนื่องจากเห็ดพิษหลายชนิดมีลักษณะคล้ายกับชนิดที่กินได้ ถ้าไม่ชำนาญไม่ควรเสี่ยง โดยเฉพาะเห็ดที่ยังอ่อน ลักษณะยังไม่ชัดเจนไม่ควรนำมาทำอาหาร

 

10. มีวิธีลดอันตรายจากการกินเห็ดอย่างไร ?
1.) อย่ากินมากเกินไป ถึงไม่เป็นพิษบางคนก็แพ้หรือย่อยยาก
2.) ทำให้สุก และทิ้งน้ำต้มเห็ด
3.) อย่ากินเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะเห็ดพิษบางชนิดพิษจะแรงขึ้น
11. ชาวบ้านมีวิธีการตรวจสอบเห็ดพิษอย่างไรบ้าง ?
วิธีการพื้นบ้านในการตรวจสอบเห็ดพิษที่ไม่ใช่เห็ดระโงก มีดังนี้
1.) ต้มเห็ดกับข้าวสาร ถ้าข้าวสารสุก ๆ ดิบ ๆ แสดงว่าเป็นเห็ดพิษ
2.) ต้มร่วมกับช้อนเงิน ถ้าเป็นเห็ดพิษช้อนเงินจะดำ
3.) ต้มกับหัวหอม  หัวหอมจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
4.) ป้ายด้วยปูนแดง เห็ดที่เป็นพิษจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
อย่างไรก็ตามได้กล่าวแล้วว่าวิธีการเหล่านี้ไม่แน่นอน และโดยเฉพาะใช้ไม่ได้กับเห็ดระโงกหิน ซึ่งมีพิษถึงชีวิต

 

12. มีวิธีการตรวจสอบเห็ดพิษที่แน่นอนหรือไม่ ?
วิธีการตรวจสอบเห็ดพิษทางวิชาการมีดังนี้
1) โดยอาศัยลักษณะทางอนุกรมวิธานในการจำแนกเห็ดที่มีพิษร้ายแรง เช่น เห็ดระโงกหินในสกุล Amanita โดยได้จากการศึกษาอบรมจนมีความชำนาญ อย่างไรก็ดีเห็ดพิษอย่างอื่น ๆ ยังมีอีกมากมายโดยเฉพาะพวกที่ทำให้เกิดปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ และอาเจียน จึงไม่ควรรับประทานเห็ดที่ไม่รู้จักเป็นอย่างดี
2) การตรวจโดยอาศัยวิธีทางชีวเคมีหรือเทคนิคทางชีวภาพ โดยการตรวจสอบสารพิษ หรือ ดีเอนเอ แต่เป็นวิธีการที่ต้องใช้สารเคมี เครื่องมือตลอดจนวิธีการตรวจสอบที่ใช้เวลา

 

13. เมื่อเกิดอาการเป็นพิษจากเห็ด มีวิธีปฐมพยาบาลต่อผู้ป่วยก่อนส่งโรงพยาบาลอย่างไร ?
การปฐมพยาบาลผู้ป่วยจากเห็ดพิษ
1.) ทำให้อาเจียน (ยกเว้นในเด็กที่ตำกว่า 3 ขวบ)
2.) ใช้ผงถ่าน (activated charcoal)  ผสมน้ำอุ่นดื่มเพื่อดูดพิษ แล้วล้วงให้อาเจียน ควรทำซ้ำ และรีบนำส่งโรงพยาบาลพร้อมตัวอย่างเห็ดสดที่เหลือจากการปรุงอาหาร

 

14. แพทย์มีวิธีการรักษาผู้ป่วยจากเห็ดพิษอย่างไรบ้าง ?
แนวทางการรักษาผู้ป่วยจากเห็ดพิษ กลุ่มเห็ดระโงกหินและเห็ดสมองหมู
1) สารพิษจากเห็ดระโงกหินและเห็ดสมองหมู ซึ่งร้ายแรงมาก หลังจากการปฐมพยาบาลโดยทำให้อาเจียนแล้ว ให้ทำการล้างท้อง โดยทำ Colonnic lavaze
2) ช่วยฟื้นฟูตับและไตโดยให้ glucose N.S.S. ทางเส้นเลือดดำ จากนั้นให้ methionine และวิตามินบำรุงตับ หรือให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดดำ 300 - 500 มิลลิลิตร ต่อวัน โดยแบ่งฉีดครั้งละ 50 - 150 มิลลิลิตร ทุก 6 ชั่วโมง
3) ใช้ antidole พวก Antiphalloid serum
4) การถ่ายพิษจากกระเพาะโดยวิธี Hemodialysis เพื่อขับพิษออก cyclopeptide
อย่างไรก็ดีพิษจากเห็ดพิษร้ายแรงทั้ง 2 กลุ่มจะแสดงอาการหลังจากการกินเห็ดไปแล้วหลายชั่วโมง โอกาสที่จะรักษามีน้อย คนไข้มักเสียชีวิต เนื่องจากพิษได้กระจายไปทำลาย ตับ ไต และระบบอื่น ๆ แล้ว

 

15. การให้ความรู้เกี่ยวกับเห็ดพิษกับชาวบ้านมีความจำเป็นอย่างไร ?
โดยทั่วไปเราเข้าใจว่าชาวบ้านมีความชำนาญในการเก็บเห็ดป่ามารับประทาน แต่อย่างไรก็ดีมีโอกาสพลาดได้ในช่วงที่มีเห็ดชุกชุม โดยเฉพาะมีผู้ที่ไม่ชำนาญไปร่วมเก็บด้วย เช่นเด็ก ๆ จึงมีข่าวอันตรายจากการบริโภคเห็ดทุกปี นอกจากนี้แล้วชาวบ้านยังนำเห็ดที่เก็บมาได้ไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน ผู้ที่ชอบพอกัน หรือแบ่งไปขายด้วย จึงควรมีความรู้เกี่ยวกับเห็ดพิษ และการระมัดระวังในการเก็บเห็ดจากละแวกบ้านหรือจากป่าชุมชมมาบริโภค
 

เห็ดพิษ

อ้างอิง http://www.thaimushroomsoc.com

ท่านกำลังอยู่ที่

Home เห็ด,งามวงศ์วาน,งามวงวาน,ปราณบุรี,ประจวบ,กรุงเทพ,นนทบุรี,เชื้อเห็ด,เห็ด หัวลิง,จุกขวด,สำลี,เชื้อวุ้น,บีที,บีเอส,BT,bt,BS,bs,กำจัดไร,กำจัด หนอน,แมลง,ขอน,ภูฐาน,นางรม,ยานางิ,โคนญี่ปุ่น,ตีนแรด,หอม,ก้อน เชื้อ,แครง,เป๋าฮื้อ,นางนวล เริ่มเพาะเห็ด เห็ด,งามวงศ์วาน,งามวงวาน,ปราณบุรี,ประจวบ,กรุงเทพ,นนทบุรี,เชื้อเห็ด,เห็ด หัวลิง,จุกขวด,สำลี,เชื้อวุ้น,บีที,บีเอส,BT,bt,BS,bs,กำจัดไร,กำจัด หนอน,แมลง,ขอน,ภูฐาน,นางรม,ยานางิ,โคนญี่ปุ่น,ตีนแรด,หอม,ก้อน เชื้อ,แครง,เป๋าฮื้อ,นางนวล รอบรู้เรื่องเห็ดพิษ

คนที่กำลังออนไลน์

Now online:
  • 109 guests
Latest members:
  • KennethCoexy
  • Toaoasdd
Total members: 5276